ความเป็นมาและวิวัฒนาการของ ” หนังเกี่ยวกับสัตว์ ” (Animal Films)
ภาพยนตร์เกี่ยวกับสัตว์ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความบันเทิงสำหรับเด็กหรือคนรักสัตว์เท่านั้น แต่มีประวัติศาสตร์ยาวนานควบคู่มากับกำเนิดของโลกภาพยนตร์เลยทีเดียวครับ
1. จุดเริ่มต้น: ภาพเคลื่อนไหวแรกของโลก (The Origins)
เชื่อหรือไม่ว่า “ภาพยนตร์” ถือกำเนิดขึ้นเพราะสัตว์ ในปี ค.ศ. 1878 ช่างภาพชื่อ Eadweard Muybridge ได้ทดลองถ่ายภาพม้าที่กำลังวิ่งเรียงต่อกัน เพื่อพิสูจน์ว่าในขณะที่ม้าวิ่ง จะมีจังหวะที่เท้าทั้ง 4 ลอยพ้นพื้นพร้อมกัน ภาพชุดนั้นชื่อว่า “The Horse in Motion” ซึ่งกลายเป็นรากฐานของภาพเคลื่อนไหวในยุคต่อมา
2. ยุคดาราหน้าขน (The Silent Era & Animal Stars)
ในยุคหนังเงียบ สัตว์เริ่มกลายเป็นดาราชูโรง โดยเฉพาะสุนัขพันธเยอรมันเชพเพิร์ดชื่อ “Rin Tin Tin” (ริน ติน ติน) ซึ่งโด่งดังมากจนช่วยกอบกู้สถานะทางการเงินของค่าย Warner Bros. ไว้ได้ สัตว์ในยุคนี้มักรับบทฮีโร่ผู้ซื่อสัตย์ที่คอยช่วยเหลือมนุษย์
3. ยุคการทำให้เป็นมนุษย์ (Anthropomorphism & Disney)
Walt Disney มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนภาพลักษณ์สัตว์ผ่านแอนิเมชันและสารคดีชุด True-Life Adventures โดยการใส่ “ความเป็นมนุษย์” ลงไปให้สัตว์ (พูดได้, มีความรู้สึกนึกคิดแบบคน) ทำให้คนดูเกิดความผูกพันและเห็นอกเห็นใจสัตว์มากขึ้น เช่น Bambi หรือ Lady and the Tramp
4. ยุคสัตว์ร้ายและจักรกล (Monster & Animatronics)
ช่วงยุค 70s-90s เริ่มมีการใช้หุ่นยนต์ (Animatronics) เข้ามาช่วยในการถ่ายทำ ทำให้สร้างสัตว์ที่ดุร้ายหรือสูญพันธุ์ไปแล้วได้สมจริงขึ้น เช่น ฉลามใน Jaws (1975) หรือ ไดโนเสาร์ใน Jurassic Park (1993) ยุคนี้สัตว์ถูกนำเสนอในแง่ของ “พลังธรรมชาติที่มนุษย์เอาชนะไม่ได้”
5. ยุค CGI และ Motion Capture (The Digital Revolution)
ปัจจุบัน เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์กราฟิก (CGI) และการจับการเคลื่อนไหว (Motion Capture) ทำให้เราสร้างสัตว์ที่แสดงอารมณ์ได้ลึกซึ้งระดับรูขุมขน เช่น Planet of the Apes หรือ The Lion King (Live Action) สัตว์ในหนังยุคนี้จึงมีความซับซ้อนทางอารมณ์ และถูกใช้สะท้อนปัญหาสังคม ปรัชญา และจิตวิญญาณของมนุษย์ได้อย่างแนบเนียน
รีวิว 5 หนังเกี่ยวกับสัตว์ระดับมาสเตอร์พีซ
นี่คือ 5 เรื่องที่ครอบคลุมทั้งความซึ้ง ความตื่นเต้น และเทคโนโลยีการถ่ายทำที่ยอดเยี่ยมครับ
Rise of the Planet of the Apes (2011)

-
แนว: ไซไฟ / แอ็คชั่น / ดราม่า
-
เนื้อเรื่อง: เล่าถึงจุดกำเนิดที่ทำให้ลิงครองโลก ผ่านตัวละคร “ซีซาร์” ลิงชิมแปนซีที่ได้รับยาเพิ่มความฉลาด หนังเล่าเรื่องได้เฉียบคมมาก โดยให้เราเห็นโลกผ่านสายตาของลิงที่ถูกมนุษย์หักหลัง จากความรักกลายเป็นความแค้น จนนำไปสู่การปฏิวัติ
-
งานภาพ: เป็นหมุดหมายสำคัญของวงการ CGI บริษัท Weta Digital สร้างขนลิง แววตาที่เปียกชื้น และกล้ามเนื้อที่ขยับได้สมจริงจนน่าขนลุก
-
การแสดง: Andy Serkis (ผู้แสดงผ่าน Motion Capture เป็นซีซาร์) คือที่สุดแห่งการแสดง เขาถ่ายทอดความฉลาด ภาวะผู้นำ และความเจ็บปวดออกมาทางแววตาโดยแทบไม่ต้องมีบทพูด ฉากที่ซีซาร์ตะโกนคำว่า “NO!” คือฉากที่ทรงพลังที่สุดฉากหนึ่งในโลกภาพยนตร์
Hachi A Dog’s Tale (2009)

-
แนว: ดราม่า / ครอบครัว
-
เนื้อเรื่อง: สร้างจากเรื่องจริงของสุนัขพันธุ์อาคิตะที่รอคอยเจ้านายที่เสียชีวิตไปแล้วหน้าสถานีรถไฟทุกวันเป็นเวลา 9 ปี หนังเล่าเรื่องเรียบง่ายมาก (Minimalist) เน้นกิจวัตรประจำวัน แต่ “เวลา” ที่ผ่านไปในหนังคือตัวขยี้หัวใจคนดูให้แหลกเหลว
-
งานภาพ: ใช้โทนสีเพื่อเล่าเรื่อง ช่วงที่มีเจ้านายภาพจะเป็นสีอุ่น (Warm Tone) แต่พอเจ้านายจากไป ภาพจะค่อยๆ หม่นลง มีมุมกล้อง Dog’s Eye View ให้เราเห็นความรักผ่านสายตาสุนัข
-
การแสดง: น้องหมา (ฮาจิ) แสดงได้เป็นธรรมชาติมาก ไม่มีการดัดจริตให้ดูแสนรู้เกินจริง แต่เน้นภาษากายที่นิ่งสงบและการรอคอยที่แน่วแน่
Life of Pi (2012)

-
แนว: ผจญภัย / ปรัชญา
-
เนื้อเรื่อง: เด็กหนุ่มอินเดียที่รอดชีวิตจากเรือล่ม ต้องลอยคออยู่บนเรือชูชีพกับ “เสือเบงกอล” ชื่อ ริชาร์ด ปาร์กเกอร์ หนังใช้สัตว์เป็นสัญลักษณ์ของ “สัญชาตญาณดิบ” และ “ความกลัว” ที่ช่วยให้มนุษย์มีชีวิตรอด
-
งานภาพ: สวยงามราวกับความฝัน ท้องทะเลที่สะท้อนท้องฟ้าเหมือนกระจก วาฬเรืองแสง และตัวเสือที่สร้างด้วย CGI ได้เนียนที่สุดในยุคนั้น (จนได้รับรางวัลออสการ์สาขา Visual Effects)
-
การแสดง: เสือในเรื่องไม่ได้ถูกทำให้ดูน่ารักหรือเป็นมิตร (Anthropomorphism) แต่มันคือสัตว์ป่าจริงๆ ที่พร้อมจะฆ่า ซึ่งความสมจริงนี้แหละที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับเสือดูขลังและน่าเคารพ
Paddington 2 (2017)

-
แนว: ตลก / ครอบครัว / แฟนตาซี
-
เนื้อเรื่อง: หมีน้อยแพดดิงตันถูกใส่ร้ายจนต้องเข้าคุก หนังเรื่องนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็น “หนังที่สมบูรณ์แบบ” บทหนังฉลาดมากในการใช้ “ความสุภาพอ่อนโยน” ของสัตว์ตัวเล็กๆ เปลี่ยนแปลงสังคมที่โหดร้าย (แม้แต่ในคุก) ให้กลายเป็นที่ที่อบอุ่น
-
งานภาพ: สีสันสดใสเหมือนหนังสือภาพป๊อปอัพ (Pop-up book) การออกแบบฉากในลอนดอนและในคุกมีความแฟนตาซีและใส่ใจรายละเอียดสูงมาก
-
การแสดง: Ben Whishaw พากย์เสียงหมีได้น่าเอ็นดูและจริงใจ ส่วน Hugh Grant ในบทตัวร้ายก็เล่นใหญ่และตลกมาก เป็นหนังที่ดูแล้วมีความสุขที่สุด
Jaws (1975)

-
แนว: ระทึกขวัญ
-
เนื้อเรื่อง: ต้นตำรับหนังฉลามกินคน ที่เปลี่ยนมุมมองของคนทั้งโลกที่มีต่อทะเล การเล่าเรื่องใช้ความ “ไม่รู้” (Fear of the Unknown) มาเล่นงานคนดู เพราะช่วงแรกเราแทบไม่เห็นตัวฉลามเลย แต่เรารู้สึกถึงความตายที่ว่ายอยู่ใต้น้ำ lucy-liu
-
งานภาพ: มุมกล้องใต้น้ำที่มองเห็นขาคนว่ายอยู่ด้านบน (Point of View ของฉลาม) กลายเป็นเทคนิคคลาสสิก ดนตรีประกอบ “ตึ่ง…ตึง…” แค่ 2 โน้ตก็สร้างความกดดันได้มหาศาล
-
การแสดง: หุ่นฉลามในยุคนั้นอาจดูไม่เนียนเท่าปัจจุบัน แต่ “อารมณ์ร่วม” ของนักแสดงมนุษย์ที่หวาดกลัว และบรรยากาศที่ผู้กำกับ Steven Spielberg สร้างขึ้น ทำให้มันยังคงเป็นหนังเกี่ยวกับสัตว์นักล่าที่น่ากลัวที่สุดตลอดกาล รีวิวหนังเกี่ยวกับสัตว์